ฮานะชวนดูก่อนว่าทำไมมีดญี่ปุ่นถึงหั่นได้คมและเรียบ บทความนี้เล่าว่ามีดญี่ปุ่นทำอย่างไร มีแบบไหนบ้าง เล่มแรกควรเลือกซันโตกุหรือกิวโตะ แล้วต่อด้วยเรื่องที่คนไทยต้องรู้ คือสั่งจากญี่ปุ่นหรือซื้อตอนไปเที่ยว เสียภาษีอะไร ดูของแท้อย่างไร และพกมีดในไทยต้องระวังอะไร ตรวจสอบเมื่อ 15 ตุลาคม 2569

สรุปสั้น ๆ
- มีดญี่ปุ่นเล่มแรก เลือกซันโตกุ (ประมาณ 16–18 ซม.) หรือกิวโตะ (ประมาณ 18–24 ซม.) ก็ใช้ทำอาหารที่บ้านได้เกือบทุกอย่าง
- มีดญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมตีจากเหล็กอ่อน (จิกาเนะ) กับเหล็กกล้า (ฮากาเนะ) และที่ซาไก การตี การลับ และการใส่ด้ามทำโดยช่างคนละคน
- ซื้อมาไทยได้ 2 ทาง คือสั่งจากร้านในญี่ปุ่นที่ส่งมาไทย (เสียอากรตอนรับของ เพราะตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ของทุกมูลค่าต้องเสียอากร) หรือซื้อตอนไปเที่ยวแล้วใส่กระเป๋าโหลด
ดูเพิ่มเติม
- ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าเป็นของต้องห้ามนำเข้าตามกรมศุลกากร มีดญี่ปุ่นแท้จึงควรซื้อจากร้านของแบรนด์หรือร้านที่แบรนด์ระบุ
- เหล็กคาร์บอนเป็นสนิมง่ายในอากาศร้อนชื้น สแตนเลสดูแลง่ายกว่า ควรล้างมีดญี่ปุ่นด้วยมือและเช็ดให้แห้งทันที
ทำไมมีดญี่ปุ่นไม่เหมือนมีดทั่วไป
เหล็กสองชนิดในใบเดียว เมืองซาไกอธิบายว่า การตีมีดแบบดั้งเดิมจะเผาแล้วตี จิกาเนะ (เหล็กอ่อน) กับ ฮากาเนะ (เหล็กกล้า) ให้ติดกัน เหล็กอ่อนเป็นตัวใบมีด ส่วนเหล็กกล้าเป็นคม
มิกังเตือน: เดี๋ยวก่อน! ซื้อมีดที่ญี่ปุ่นต้องใส่กระเป๋าโหลดเท่านั้น และพัสดุจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2569 เสียอากรทุกชิ้นแม้มูลค่าต่ำ ส่วนเหล็กคาร์บอนในอากาศร้อนชื้นของไทยต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้ง
มีดหนึ่งเล่ม ช่างสามคน ที่ซาไก การตีมีด การลับคม และการใส่ด้ามทำโดยช่างคนละคน และการลับคมอย่างเดียวมีมากกว่า 10 ขั้นตอน “Sakai uchihamono” ได้รับการกำหนดเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของประเทศเมื่อ 5 มีนาคม 1982 (พ.ศ. 2525)
เริ่มจากมีดหั่นใบยาสูบ ในศตวรรษที่ 16 ยาสูบเข้ามาญี่ปุ่นจากโปรตุเกส ซาไกจึงทำมีดหั่นใบยาสูบ ซึ่งคมจนรัฐบาลโชกุนอนุญาตให้ขายโดยตีตรา “ซาไกคิวาเมะ” (Sakai kiwame) หลังจากนั้นจึงขยายมาเป็นมีดครัวคมเดียว
จากดาบสู่ครัว ที่เมืองเซกิ (จังหวัดกิฟุ) ประวัติเริ่มจากช่างตีดาบชื่อโมโตชิเงะที่ย้ายมาอยู่ราวปลายยุคคามากุระถึงต้นยุคมุโรมาจิ และปลายยุคมุโรมาจิมีช่างตีดาบราว 200 คน (สมาพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดกิฟุ) ส่วนมีดโทสะ (จังหวัดโคจิ) มีประวัติกว่า 400 ปี เกิดจากงานป่าไม้ และตีขึ้นรูปตามการใช้งาน สั่งทำได้ (Shikoku Tourism)
ลายดามัสกัสคือลาย ไม่ใช่ชนิดเหล็ก ZWILLING อธิบายว่าดามัสกัสไม่ใช่เหล็กชนิดหนึ่ง แต่เป็นลายของชั้นเหล็กที่เกิดตอนตี สิ่งที่ตัดอาหารคือเหล็กตรงคม
มีดญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง
| มีด | ความยาวทั่วไป | คม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ซันโตกุ (Santoku) | ประมาณ 16–18 ซม. | สองคม คมค่อนข้างตรง | ผัก เนื้อ ปลา ใช้ได้รอบด้าน |
| กิวโตะ (Gyuto มีดเชฟญี่ปุ่น) | ประมาณ 18–24 ซม. | สองคม คมโค้ง ปลายแหลม | เนื้อ ปลา ผักขนาดใหญ่ |
| นากิริ (Nakiri) | ประมาณ 16–18 ซม. | สองคม คมตรง | ผัก |
| เพ็ตตี้ (Petty) | ประมาณ 12–15 ซม. | สองคม | งานเล็ก ผลไม้ สมุนไพร |
| เดบะ (Deba) | หลายขนาด | คมเดียว สันหนา | แล่ปลาทั้งตัว |
| ยานางิบะ (Yanagiba) | ยาวและบาง | คมเดียว | แล่ปลาดิบทำซาชิมิและซูชิ |
| อุสุบะ (Usuba) | ทรงสี่เหลี่ยม | คมเดียว | หั่นผักอย่างละเอียด |
ความยาวเป็นช่วงทั่วไป แต่ละผู้ผลิตมีขนาดของตัวเอง ยานางิบะคือมีดของเชฟซูชิ ถ้าอยากรู้ว่าซูชิกินอย่างไรและเรียนทำได้ที่ไหน ดูซูชิญี่ปุ่นมีหน้าอะไรบ้าง
ซันโตกุหรือกิวโตะ ซันโตกุสั้นกว่า คมค่อนข้างตรง ปลายมน เหมาะกับการหั่นกดลงและครัวเล็ก ส่วนกิวโตะยาวกว่า คมโค้ง ปลายแหลม เหมาะกับคนที่คุ้นกับมีดเชฟและหั่นเนื้อบ่อย ถ้ายังไม่แน่ใจ เริ่มที่ซันโตกุ แล้วค่อยเพิ่มเพ็ตตี้เป็นเล่มที่สอง
คมเดียวหรือสองคม ซันโตกุ กิวโตะ และนากิริส่วนใหญ่เป็นสองคม ใช้ได้ทั้งสองมือ ส่วนเดบะ ยานางิบะ และอุสุบะเป็นคมเดียว คนถนัดซ้ายต้องเลือกรุ่นมือซ้าย
เหล็กคาร์บอนหรือสแตนเลส เหล็กคาร์บอนคมมากแต่เป็นสนิมและเปลี่ยนสีถ้าปล่อยให้เปียก ในอากาศร้อนชื้นแบบไทยยิ่งต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้ง ถ้าไม่อยากดูแลมาก เลือกสแตนเลส หรือมีดที่มีแกนเหล็กแข็งหุ้มด้วยสแตนเลส
บทความที่เกี่ยวข้องเครื่องทำทาโกะยากิ กระทะทาโกะยากิ และคากิโกริ: ทำอาหารงานเทศกาลญี่ปุ่นเองที่บ้านซื้อมีดญี่ปุ่นมาไทยได้อย่างไร
ข้อมูลร้านอ่านจากหน้าเว็บทางการของร้านเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 เราไม่ได้สั่งซื้อเอง
| วิธี | ตัวอย่าง | ค่าใช้จ่ายที่ต้องคิด |
|---|---|---|
| สั่งจากร้านในญี่ปุ่นที่ส่งมาไทย | JapaneseChefsKnife.Com (เมืองเซกิ) มีไทยในรายชื่อประเทศ ค่าส่งเหมาจ่าย 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออร์เดอร์สำหรับเอเชีย ส่งด้วย DHL หรือ FedEx | อากรขาเข้าและ VAT จ่ายตอนรับของ |
| ซื้อตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น | ย่านคัปปะบาชิ (โตเกียว) มีร้านราว 160 ร้าน รวมร้านมีดญี่ปุ่น เดิน 5 นาทีจากสถานีทาวาระมาจิ (GO TOKYO) | ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลด และเงื่อนไขของติดตัวขาเข้าไทย |
| ร้านในไทย | ร้านของแบรนด์หรือร้านที่แบรนด์ระบุเป็นผู้จำหน่าย | ไม่ต้องจ่ายอากรตอนรับของเอง คืนหรือเปลี่ยนสินค้าง่ายกว่า |
ภาษีเมื่อสั่งพัสดุ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ของนำเข้าทุกชิ้นที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทต้องเสียอากรขาเข้า ไม่มีการยกเว้นของมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทแล้ว (AustCham Thailand) รายละเอียดเรื่อง VAT และการคำนวณอยู่ในบทความของขวัญญี่ปุ่นสั่งออนไลน์
ซื้อตอนไปเที่ยว มีดห้ามใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ANA ระบุว่าต้องโหลดใต้เครื่อง ขาเข้าไทย กรมศุลกากรระบุว่าของใช้ส่วนตัวในปริมาณพอสมควร มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท และไม่ใช่ของต้องห้ามหรือต้องกำกัด ได้รับยกเว้นอากร ในรายการของต้องห้าม/ต้องกำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวบนเว็บกรมศุลกากรไม่มีมีดครัว (ของที่ต้องขออนุญาตในกลุ่มนี้คืออาวุธปืน กระสุน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน) ถ้าวางแผนเที่ยว ดูกิจกรรมอื่นได้ที่กิจกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น และถ้าจะแวะร้านเครื่องเขินกับถ้วยชามที่คัปปะบาชิด้วย อ่านวิธีอ่านป้ายตะเกียบญี่ปุ่นและจานชามก่อนซื้อ
ใครไม่ควรสั่งจากญี่ปุ่น คนที่อยากจับมีดก่อนซื้อ อยากเปลี่ยนคืนง่าย หรือต้องใช้มีดภายในไม่กี่วัน ร้านในไทยเหมาะกว่า
มีดญี่ปุ่นแท้ดูอย่างไร
- ของปลอมนำเข้าไม่ได้ กรมศุลกากรจัด “ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า” เป็นของต้องห้ามนำเข้า จึงไม่ควรสั่งมีดที่ใช้ชื่อแบรนด์แต่ราคาถูกผิดปกติจากร้านที่ตรวจสอบไม่ได้
- ซื้อจากร้านที่ตรวจสอบได้ ร้านของแบรนด์ ร้านที่เว็บแบรนด์ระบุว่าเป็นผู้จำหน่าย หรือร้านในญี่ปุ่นที่ขายมีดโดยตรง
- ดูข้อมูลบนหน้าสินค้า ชื่อผู้ผลิต ชนิดเหล็ก คมเดียวหรือสองคม และ Made in Japan บางร้านจัดมีด “สไตล์ญี่ปุ่น” ที่ผลิตที่อื่นไว้ในหมวดมีดญี่ปุ่นด้วย
- ลายสวยไม่ได้แปลว่าแท้ ลายดามัสกัสเป็นลายจากการตีชั้นเหล็ก ไม่ได้บอกแหล่งผลิตหรือความคม
พกมีดในไทยต้องระวังอะไร
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 เป็นความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร (กรมประชาสัมพันธ์อ้างถึงมาตรานี้ในประกาศเรื่องอาวุธปืน) เราไม่พบเอกสารทางการที่บอกชัดว่ามีดครัวแบบไหนนับเป็นอาวุธ จึงควรทำแบบนี้
- รับมีดจากร้านหรือไปรษณีย์แล้ว กลับบ้านทันทีโดยเก็บไว้ในกล่อง ไม่พกติดตัวไปที่อื่น
- ถ้าต้องนำไปลับหรือไปสอนทำอาหาร ใส่ปลอกมีดและกล่องให้เรียบร้อย
- ไม่แน่ใจกรณีของตัวเอง สอบถามสถานีตำรวจในพื้นที่
ดูแลและลับมีดญี่ปุ่น
- ล้างด้วยมือและเช็ดให้แห้งทันที ไม่ใช้เครื่องล้างจาน
- ไม่สับกระดูกหรืออาหารแช่แข็ง และไม่งัดด้วยใบมีด คมที่บางและแข็งอาจบิ่น
- ใช้เขียงไม้หรือพลาสติก ไม่ใช้เขียงแก้ว หิน หรือเซรามิก
- เก็บในบล็อกมีด แถบแม่เหล็ก หรือใส่ปลอกมีด
มีดญี่ปุ่นส่วนใหญ่ลับด้วยหินลับมีด (หินน้ำ) หินเบอร์ประมาณ 1000 ใช้ลับประจำ และหินละเอียด (เช่น เบอร์ 3000–6000) ใช้เก็บคม มุมการลับแต่ละมีดไม่เท่ากัน ให้ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต ถ้าไม่อยากลับเอง ร้านมีดหลายร้านมีบริการลับมีด




